บทที่ 22 EP 4/2 ล้างกลิ่นวอดก้า
แทนไทตอบมารดาของเพื่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง กิริยาท่าทีก็ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่เหมือนแทนไทตอนที่อยู่กับยุริญดาสักกระผีก
“อืม...ดี ดีเลย สอนน้องด้วยสิ ยัยยุเต้นรำไม่เอาไหนเลย ฝากน้องด้วยนะแทน”
“แม่คะ?”
“หยุดค่ะลูก เต้นกับพี่แทนนะ เต้นกับพี่เขาดีกว่าเต้นกับผู้ชายเจ้าชู้พวกนั้นเยอะเลย นะๆ แม่ไปละ เหมือนพ่อเราจะเรียกน่ะ”
แล้วยุภาก็ฝากฝังปลาย่างตัวเขื่องอย่างยุริญดา ไว้กับแมวตัวโตที่ชื่อแทนไท เขายิ้มอย่างผู้ชนะ มองยุริญดาราวกับอยากเขมือบหล่อนเข้าไปทั้งตัว
“จะด่าว่าแม่ตาถั่วก็กลัวบาป ทำไมแม่ฉันถึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้ขนาดนี้นะ พี่นี่จอมหื่นกาม ทำไมถึงดูไม่ออก”
แทนไทส่ายหน้าพรืด ช้อนดวงตาที่มีแพขนตาดำขลับปกคลุมแล้วยิ้มที่มุมปากด้วยมาดของนักรักผู้เย้ายวนใจ
“ช่างประชด หื่นกามที่ไหนกัน ไม่มี”
“มีสิ มีเยอะด้วย” เธอเถียงเสียงแข็ง จ้องคนที่เอาแต่มองเธอด้วยดวงตาเจ้าชู้ยักษ์ “อย่ามามองฉันอย่างนี้นะ วันนี้ไปแซ่บกับยัยเชอรี่มา ไม่อิ่มหรือไง”
“ไม่อิ่ม เพราะยังไม่ได้กิน ปกติฉันกินเยอะ กินจุ กินดุด้วย”
พวงแก้มของยุริญดาร้อนผ่าวอยู่ใต้เครื่องสำอางราคาแพง และมันก็ได้ร้อนขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อแทนไทวาดมือโอบรอบเอวของเธอ
“ตกลงจะเต้นไม่เต้น”
“ไม่เต้น ต้องเต้นกับพี่ ฉันยืนถอนหายใจทิ้งดีกว่า”
แทนไทมองน้องสาวของเพื่อนอย่างระอาเหลือ
“พอเล่นด้วยนี่เอาใหญ่เลยนะ”
“เอาใหญ่อะไรล่ะ ฉันกับพี่ยังไม่ได้ ‘เอา’ กันสักหน่อย”
ดวงตาของบุรุษหนุ่มกะพริบถี่ๆ ปากก็ได้อ้าค้างเมื่อยุริญดาเอ่ยวาจาอย่างไร้ความกระดาก
“ฉันคงต้องทำตัวให้ชินสินะ ผู้หญิงอะไรปากไวใจกล้าแต่ว่ากินยากชะมัด”
คนใจกล้ายิ้มเผล่เมื่อถูกประชด เธอกระดกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบอึกใหญ่ มือข้างที่ว่างแกะมือเขาออกจากเอว แต่ไม่สำเร็จ แถมแก้วน้ำส้มยังถูกแย่งไปอีก
“พี่! เอามานะ”
“นี่มันกลิ่นวอดก้า”
“น้ำส้มต่างหาก”
“เออ...น้ำส้มก็น้ำส้ม ฉันควรเอาแก้วน้ำส้มไปให้แม่เธอดมไหม”
คนสวยทำหน้างอหงิก ตาขวางขุ่นเมื่อเขาเรียกบริกรมาเก็บแก้วของเธอ ก่อนจะลากเธอไปที่กลางฟลอร์ ในเวลาที่ดนตรียังบรรเลงด้วยจังหวะเนิบช้า ถ้ามีหมอนกับผ้าห่มเธอคงได้ลงไปนอนเป็นแน่
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย เต้นกับฉันเสียหายตรงไหน”
“ไม่เสียหายแต่ไม่สนุก อ๊ะ!” เผลออุทานเมื่อเขารั้งร่างเธอเข้าหา จนอกเธอชนอกเขาเน้นๆ คนฉวยโอกาสก็ได้ยิ้มสมใจ
“จะกอดอะไรนักหนา เดี๋ยวแม่ฉันเห็นก็เป็นเรื่องหรอก”
เขายักไหล่แล้วยอมดึงกายออกห่าง แต่ยังอยู่ในระยะที่สามารถเต้นรำได้อย่างสะดวก ยุริญดาพยายามแล้วที่จะไม่มองหน้าเขา แต่มันช่างยากนักในเมื่อพวกเธออยู่ใกล้กันแค่นี้ เธอยังเต้นไปตามจังหวะดนตรี บางคราด้วยท่วงท่าลีลาของการเต้นรำ ก็ทำให้เนื้อตัวของพวกเธอแนบชิดกัน เธอสูบลมหายใจเข้าลึกเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของแทนไทราดรดลงมาที่ผิวแก้ม มือเขาที่ประคองเธออยู่ก็เริ่มลูบไล้แผ่นหลัง เสียงเพลงยังบรรเลงอย่างลื่นไหล แต่จังหวะการก้าวขาของเธอเริ่มติดขัด
“ฉะ...ฉัน ฉันว่าฉันอาจจะเมา”
“ลืมหรือเปล่าว่าเธอจิบแค่น้ำส้ม”
คนสวยค้อนขวับเมื่อถูกย้อน ทันใดนั้นแสงไฟที่กลางฟลอร์ก็ลดความสว่างลงไปอีก ดนตรีแสนโรแมนติกเพลงใหม่ เริ่มบรรเลงต่อจากเพลงที่เพิ่งจบไป เขาดึงเธอเข้าไปใกล้ อาศัยแสงสลัวพรางกายมิให้มารดาของเธอแลเห็น
“อย่าใกล้ขนาดนี้”
“ทำไม กลัวเหรอ”
“เปล่า...กลัวอะไรเล่า ทำไมฉันต้องกลัวพี่ด้วย พี่ก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ แถมรสชาติงั้นๆ”
“ยุ!?”
“อะไร!”
“ไม่มีใครสอนใช่ไหมว่าอย่าท้าทายผู้ชาย”
“ฉันแค่พูดความจริง!”
ยุริญดาเถียงตาเหลือก เธอแค่พูดความจริงมันผิดด้วยเหรอ แทนไทคงไม่สบอารมณ์ เธอรู้ ดวงตาเขามีไฟกองเล็กๆ ลุกโชนอยู่ เขาจับมือเธอลากออกจากกลางฟลอร์ ตรงไปที่ประตูห้องบอลรูมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง เธอไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน วอดก้าที่ดื่มเข้าไปเริ่มทำให้เธอมึนศีรษะ
“พี่...จะไปไหน เดินช้าๆ ไม่ได้หรือไงเล่า”
แทนไทไม่ตอบ เขาเดินมาจนสุดทางเดิน เลี้ยวซ้ายแล้วเจอกับห้องน้ำชาย เขาก้าวเข้าไปก่อน พอไม่เจอใครในนั้นก็เอาป้าย กำลังทำความสะอาด มาแขวนไว้ ก่อนดึงยุริญดาเข้าไปแล้วกดล็อกประตูให้เรียบร้อย
สาวน้อยใจกล้ายังงงอยู่ เธอเอนร่างพิงเคาน์เตอร์ กะพริบตาถี่ๆ เมื่อดวงตาต้องแสงไฟที่สว่างมากกว่าในงานเต้นรำ ลมหายใจของแทนไทราดรดเธอ เขาดันร่างเข้ามาหา จับขาเธอให้แยกออกแล้วแทรกกายเข้ามาตรงกลาง
“อย่า...”
“รู้เหรอ ว่าจะทำอะไร”
เธอพยักหน้าอย่างเกรงๆ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เขาเชยคางเธอขึ้น มองเธอราวกับซาตานชั่วช้าที่พบเจอหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยตราบาป
